ลองเข้าไปอ่านบล็อกที่ทำลิ้งค์เอาไว้ให้ดูนะ อ่านไม่ยากเท่าไหร่ คิดว่าน่าจะมีประโยชน์กว่าอาจารย์ลงมือสอนเองเพราะดูท่าทางพวกเราจะไม่รู้เรื่องเอาซะเลย http://panugan.spaces.live.com/blog/cns!7EEE9E55251372E9!1549.entry?sa=625071726

STU2: P2/งานกลุ่ม

via http://sites.google.com/site/builtenvironmentthai/page5

การคิดเชิงวิจารณญาณ ตรงกับคำภาษาอังกฤษว่า Critical thinking พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ให้ความหมายของคำว่าวิจารณญาณว่าเป็นคำนาม แปลว่า “ปัญญาที่สามารถรู้หรือให้เหตุผลที่ถูกต้อง” มีผู้แปลคำภาษาอังกฤษดังกล่าวว่า “การคิดเชิงวิพากษ์” แต่วิพากษ์แปลว่า “การพิจารณาตัดสิน” ซึ่งไม่ตรงกับแนวคิดของ Critical thinking ค่อนข้างมากเพราะ Critical thinking สอนให้คิดด้วยปัญญาด้วยหลักเหตุและผลและไม่ตัดสินชี้ขาดผิดถูก

ผมใช้ “การคิดเชิงวิจารณ์” อยู่นานด้วยความลังเลใจ ยิ่งได้อ่านเกี่ยวกับ Critical thinking มากขึ้นเท่าใดก็รู้สึกว่าไม่ใคร่ตรงกับความหมายที่เป็นแก่นแท้ของวิชานี้ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตเองให้ความหมายไปในทาง การติชมงานศิลปะหรือวรรณกรรมโดยผู้รู้ เป็นคำกริยา ซึ่งยังไม่ตรง

ในที่สุดผมคิดว่า “การคิดเชิงวิจารณญาณ” น่าจะใกล้เคียงที่สุด จึงขอใช้คำนี้แทนคำ Critical thinking จนกว่าจะมีผู้ให้คำที่เหมาะสมกว่า

ปัญหาของการคิด

…ทุกคนคิด: เป็นธรรมชาติที่เราเกิดมาแล้วต้องคิด แต่การคิดส่วนใหญ่ของเราก็เป็นอย่างที่เป็นๆ กัน คือ ลำเอียง, บิดเบือน, เข้าข้าง, อวิชชาหรือไม่ยอมรู้ ลงไปจนถึงขั้น คิดด้วยความมีอคติ และ คิดด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ หรือแย่ลงไปจนถึง คิดด้วยความคุมแค้น

แต่ในความเป็นจริงแล้ว คุณภาพชีวิตของเรา, ทุกสิ่งเราทำ ทุกสิ่งที่เราผลิตหรือสร้างนั้น ขึ้นโดยตรงกับคุณภาพของการคิดของเรา การคิดอย่างกำมะลอหรืออย่างขาดวิจารณญาณสร้างความเสียหายได้มากทั้งในด้านการเงินและด้านคุณภาพของชีวิตของเราเองและของผู้อื่น ……..การคิดที่ดีเลิศนั้นจะเกิดได้ก็ด้วยการบ่มเพาะอย่างเป็นระบบเท่านั้น…”

ปัญหาความยุ่งยากวุ่นวายที่เกิดขึ้นในประเทศไทย รวมทั้งในอีกหลายประเทศแท้จริงแล้วเป็นผลที่เกิดจากการคิดที่ขาดคุณภาพ ขาดวิจารณญาณของประชาชนเกือบทุกระดับ ตั้งแต่นักการเมือง นักสื่อสารมวลชน ครูบาอาจารย์ นิสิตนักศึกษาลงไปถึงเด็กนักเรียน เราฉงนที่นักศึกษาอาชีวะยกพวกเข่นฆ่ากันโดยขาดเหตุผลที่ดี เราเห็นปรากฏการณ์เสื้อเหลืองเสื้อแดงเสื้อน้ำเงิน เราเห็นการอภิปรายและวิธีบริหารและการตัดสินใจของนักการเมือง เราเห็นผู้ใหญ่ในบ้านเมืองใช้หมอดูเป็นที่ปรึกษาประจำตัวในการปกครองบ้านเมือง เราเห็นปรากฏการณ์อันเหลือเชื่อหลายๆ อย่างจนนับไม่ถ้วนรวมไปถึงการนับถือศาสนาที่เน้นเพียงพิธีกรรม เชื่อเครื่องรางของขลังมากกว่าคำสอนและการปฏิบัติ ….เราเห็นผู้คนจำนวนนับหมื่นเบียดเสียดเหยียบกับถึงตายเพียงเพื่อแย่งกัน “ซื้อ” ที่เลี่ยงใช้คำว่า “เช่า” เหรียญจตุคามรามเทพ หรือเครื่องรางอื่นๆ ไม่น่าเชื่อจริงๆ ว่าปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นและยั่งยืนอยู่ได้อย่างไรในประเทศไทยในยุคแห่งความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

…..ผมยังนึกไม่ออกจนบัดนี้ว่าเหตุใดประชาชนจำนวนมากรวมทั้งนักวิทยาศาสตร์ไทยระดับปริญญาเอกบางคนจึงมีความเชื่อเรื่อง “เปรต” อย่างหนักแน่นก่อนที่ตำรวจจะจับนักต้มตุ๋นชื่อ “กู้” ที่สารภาพว่าปลอมเป็นเปรตผู้นี้ได้ตามที่เป็นข่าวใหญ่เมื่อหลายปีก่อนได้อย่างไร? ผมจึงขอ…..

เชิญชวนทุกท่านร่วมรณรงค์-เผยแพร่
—–

……ให้มีการสอนวิชาการคิดเชิงวิจารณญาณ (Critical thinking)
อย่างเป็นระบบในโรงเรียนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาไปจนถึงระดับมหาวิทยาลัย
รวมทั้งประชาชนทั่วไปรวมและผู้เกี่ยวข้องกับการสื่อสารมวลชน
เพื่อประเทศชาติและความสุขของในหลวงที่เคารพเทิดทูนของเรา

click ลิ้งค์ข้างบนสุดเพื่ออ่านบทความเพิ่มเติม

STU2: Project 2, schedule (update)

STU2: JURY

กำหนดไว้คร่าวๆเป็นวันจันทร์ที่ 28 ธันวาคมนี้ อาจารย์จะเช็คชื่อตอน 9.00 น. ส่วนรายละเอียดผลงานจะไม่กำหนดขอบเขตใดๆทั้งสิ้น อยากทำอะไร สเกลเท่าไหร่ มีรูปด้านรูปตัดกี่รูป ชาร์ทแสดงแนวความคิด ทัศนียภาพกี่จุด ขอให้ใช้วิจารณญาณกำหนดรูปแบบที่เหมาะสมด้วยตนเอง และไม่จำเป็นจะต้องเหมือนกันทุกคน แต่ขอให้ทำลง format กระดาษ A1 แนวตั้งอย่างที่เคยทำๆกันมา ระหว่างนี้กลุ่มไหนหรือใครอยากตรวจแบบเพิ่มเติมยังพอมีเวลาให้นัดกับอาจารย์ประจำกลุ่มเอาเอง ถ้าใครไม่ว่างหรือติดสอบในวันดังกล่าวให้รีบมาโพสท์บอกโดยด่วน

ปล. จะเช็คหัวข้องานศึกษาด้วยตนเองครั้งสุดท้ายช่วงปีใหม่ ใครที่ยังไม่ได้แก้รีบจัดการโดยด่วน

Arch Seminar: ประกาศ

สัมมนาวันพรุ่งนี้ (9 ธ.ค.) เลื่อนไปเป็นอาทิตย์หน้า (16 ธ.ค.) เนื่องจากอาจารย์ติดตรวจวิทยานิพนธ์ และครั้งสุดท้ายของปีคือ 23 ธ.ค. นี้ขอให้กลุ่มที่ยังตกค้างเตรียมตัวให้พร้อมด้วย ส่วนกลุ่มที่สัมมนาไปเรียบร้อยแล้วตอนแรกว่าจะให้ส่งทางอีเมล์ แต่ขอเปลี่ยนแปลงโดยให้ทุกกลุ่มส่งเป็น A4 และขอให้เรียบร้อยภายในวันที่ 23 นี้

The Why Factory – TU Delft

via DailyTonic

ที่ทำการคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์แห่งใหม่ของ TU Delft ออกแบบโดย MVRDV เห็นแล้วก็อยากจะมีแบบเค้าบ้างนะเพราะพื้นที่มันน่าใช้จริงๆ โปร่ง โล่ง แต่ไม่ค่อยสบายเท่าไหร่เพราะสีสันมันแสบตาไปนิดนึง แต่ก็ถือว่ากระตุ้นพลังงานได้ดีทีเดียว

หน้าต่อไป